จากกรณีของ น.ส.ชฎารัตน์ หรือแน๊ก อายุ 34 ปี เจ้าสาวจากอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้เตรียมงานแต่งงานร่วมกับนายพนัส หรือเจ้าบ่าวต้น อายุ 33 ปี หลังจากที่ทั้งสองคบหากันผ่านโซเชียลมีเดียและกำหนดจัดงานแต่งที่บ้านเจ้าสาว โดยมีการ์ดเชิญแขกจำนวน 500 คน แต่ในวันงาน เจ้าบ่าวไม่มาปรากฏตัว ไม่ได้นำขันหมากและสินสอดตามที่ตกลงไว้ และไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้เจ้าสาวและครอบครัวได้รับความเสียหายจากการเตรียมงาน เช่น ชุดเจ้าสาว สถานที่ และอาหารเลี้ยงแขก รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท
หลังจากนั้น เจ้าสาวได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ชะอวด เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าบ่าวในข้อหาฉ้อโกงและเรียกร้องค่าเสียหาย ในขณะที่เจ้าบ่าวได้ออกมาอ้างว่าไม่สามารถมางานแต่งได้เนื่องจากประสบอุบัติเหตุล้มจนเส้นเอ็นขาด และถูกญาติฝ่ายเจ้าสาวมาข่มขู่ที่โรงพยาบาล จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมงาน เจ้าบ่าวยืนยันว่าได้ออกค่าใช้จ่ายในการเตรียมงานเองทั้งหมด และต้องการทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายเจ้าสาวเรียกร้อง
ต่อมา เจ้าสาวได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าบ่าวนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจำนำ และทำให้รถทั้งสองคันหายไป
ล่าสุด เจ้าบ่าวได้ทักไลน์หาเจ้าสาว พิมพ์ข้อความขอโทษและบอกว่า "ยังรักแน๊กเหมือนเดิม" และเขาอยากกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แต่เจ้าสาวได้ตอบกลับว่า "เรื่องเราค่อยคุยกัน ประเด็นสำคัญคือรถแน๊กอยู่ไหน เอารถคืนมาตะ" แต่เจ้าบ่าวไม่ยอมตอบกลับ
เจ้าสาวเปิดเผยว่าเธอจะไม่ขอคืนดี แต่จะเดินหน้าเอารถที่เจ้าบ่าวเอาไปจำนำคืน โดยแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว และเธอจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งการลงทุนในงานแต่งที่เสียหายไป แม้เจ้าบ่าวจะอ้างว่ามีการเตรียมงานที่บ้านของเขา แต่เมื่อเจ้าสาวไปดูที่บ้านเจ้าบ่าว กลับพบว่าบ้านเหมือนร้าง ไม่มีการเตรียมงานแต่อย่างใด